Whale-Brewery

Whale Brewery เบียร์ปลาวาฬ

เบียร์ไทยอีกยี่ห้อหนึ่งที่ต้องบอกว่า แค่ชื่อกับโลโก้ก็สร้างความจดจำได้ดีแล้ว นั่นคือ Whale Brewery เบียร์ยี่ห้อปลาวาฬนั่นเอง ยอมรับเลยว่ามีไม่ค่อยบ่อยนะที่จะหยิบสัตว์ทะเลตัวนี้มาขึ้นปกโลโก้แต่ยี่ห้อนี้ทำแถมที่มาต้องถามคนวัยรุ่นยุค 90 รู้จักแน่นอน เพราะมันมาจากการ์ตูนเรื่อง GTO กับตัวละครเจ้าปลาวาฬทรายนั่นเอง(ไปหาดูต่อเอง) ความหมายของเค้าเบียร์ชนิดนี้อาจจะไม่หวือหวาหน้าฉากเท่าไร ต้องหลบๆแอบๆสักหน่อย แต่ว่าถ้าออกจากที่ซ่อนเมื่อไรรับรองว่าสร้างสีสันเอาเรื่องทีเดียว เบียร์ปลาวาฬนี้กว่าจะออกมาได้ก็ต้องอาศัยการลองผิดลองถูกมานานเหมือนกัน จนมาได้สูตรที่ลงตัว เด่นของยี่ห้อนี่เป็น Pilsner และ Wheat แม้ว่าแบรนด์นี้จะเป็นเบียร์น้องใหม่ที่อาจจะหากินยากสักหน่อย แต่เราขอรับรองว่าอนาคตสดใสทีเดียว เนื่องจากได้ข่าวแว่วๆมาว่าเค้าจะมีโปรเจคพิเศษในการทำเบียร์ออกมาแบบ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเบียร์รัสเซีย แค่คิดก็น่าติดตามแล้วเบียร์รัสเซียในการดัดแปลงคนไทยจะเป็นยังไงกันนะ ส่วนใครที่อยากกินก็ลองหาร้านได้เลยเราใบ้ให้ว่าพิกัดอยู่ในจังหวัดขอนแก่น กินแล้วเป็นยังไงก็มาบอกกันบ้างล่ะ...

yod-beer-pic

YodBeer เบียร์หมีขวัญใจคนไทย เบียร์หมีขวัญใจคนไทย

อีกหนึ่งเบียร์ฝีมือคนไทย ที่แบรนด์และโลโก้ของเค้าติดตาดีเหลือเกินตั้งแต่มองเห็นครั้งแรกนั่นคือ YodBeer หรืออีกชื่อหนึ่งคือ เบียร์หมี ที่ชื่อว่าอย่างนี้เพราะว่าเบียร์ยี่ห้อนี้มีน้องหมีเป็นพรีเซนเตอร์ในโลโก้นั่นเอง จุดเด่นของเบียร์ยี่ห้อนี้ อยู่ที่ส่วนผสมในการทำเบียร์ที่เน้นความเป็นไทยแบบไทยมาก ไม่ว่าจะเป็น กานพลู หรือ อบเชย ซึ่งถือว่าเป็นสมุนไพรของไทยอย่างแท้จริง สำหรับเบียร์หมีนั้น หากจะถามถึงเครื่องดื่มที่จัดว่าเป็นซิกเนเจอร์ของพวกเค้าเลย เราขอยกให้กับเบียร์ที่ชื่อว่า Bearnana wit หรือ ชื่อไทยว่าเบียร์กล้วยตาก ใช่แล้วเบียร์กล้วยตาก การนำกล้วยตากที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านมาอย่างช้านาน มาผสมกับการทำเบียร์จะได้รสชาติที่หอมหวาน กลมกล่อมและแตกต่างจากเบียร์ทุกรสชาติ ทุกยี่ห้อในโลกที่เราเคยกินมาแน่นอน ใครที่อยากกินแล้วเราขอแนะนำให้ลองเลย ไปได้ที่ ร้าน Yod bar หรือจะสั่งเครื่องดื่มชนิดนี้จากเฟสบุ๊คของพวกเค้าได้เลย พิเศษนิดหนึ่งหากเราไปกินที่ร้าน เราจะได้ลิ้มลองอาหารของร้านที่บอกว่าอร่อยและเข้ากับเบียร์ไทยยี่ห้อนี้แบบสุดๆไปเลย หรือจะเป็นเบียร์รสชาติอื่นๆที่น่าลิ้มลองไม่แพ้กัน...

max-special

Max beer เบียร์ไทยต้องหามาลอง

การคราฟต์เบียร์ในบ้านเราเริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้น เนื่องจากคนทานเบียร์เริ่มที่จะมองหาอะไรใหม่ๆ นอกจากเบียร์ตลาดที่มีอยู่ดาษดื่นแล้ว ซึ่งเบียร์ทำเองแบบนี้ให้ได้ อย่างเช่นยี่ห้อ Max beer เบียร์ไทยจากคนทำเบียร์คุณภาพคนหนึ่งที่ฝึกฝนตัวเองมาพอสมควรแล้ว จึงออกมาทำเองหลังจากลองผิดลองถูกมาระยะหนึ่ง เค้าก็เจอทางของตัวเอง เบียร์ของ Max beer นั้นเป็นเบียร์ที่ทำขึ้นมาเพื่อเอาใจสาวๆ โดยเฉพาะเลย ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ Raspberry Ale เบียร์สีสันแสบตา รสเปรี้ยวหวานที่เกิดจากความบังเอิญ แต่มันกลับกลายเป็นเบียร์สร้างชื่อกับเค้าไปเลย นอกจากนั้นแล้วยังมีเบียร์อีกสูตรหนึ่ง สีเขียว น่ากินมาก แถมไม่ค่อยทำบ่อยด้วย ใครสนใจก็คงต้องติดตามข่าวสารของพวกเค้าเอง ไม่เพียงแค่นั้น Max beer ยังทำเบียร์อย่างอื่นอย่าง Wit beer, IPA หรือ Porter ด้วย(ขอกระซิบว่างานดีทุกสูตร) เบียร์ของแบรนด์นี้จะมีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่สูงมากนักเพียงแค่ 4-8% เท่านั้นเอง เป็นเบียร์สายผลไม้สีสันแสบตา แต่รสชาติชื่นใจมาก ใครสนใจลองไปติดตามได้ที่ร้าน Changwon Expess กันได้เลยหรือจะไปติดตามได้ที่ chitbeer ก็มีเหมือนกัน รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนโดยเฉพาะสาวๆ ที่รับรองว่าถูกใจสาวขาดริ๊งค์ สาวขาเลาะ แน่นอน...

thai-beer

เบียร์ไทยที่ไม่อยากให้คุณพลาด

ปัจจุบันการคราฟต์เบียร์หรือการทำเบียร์ด้วยตัวเองนั้นกลายเป็นกระแสที่แรงขึ้นมาในหมู่นักดื่มรุ่นใหม่ที่มีการคิดนอกกรอบ บวกกับความคิดสร้างสรรค์ กับความกล้าให้ลุกขึ้นมาทำอะไรใหม่ให้กับตัวเอง นั่นทำให้เราเห็นเบียร์สัญชาติไทยหลายแบรนด์เข้าสู่ตลาด อย่างเช่นยี่ห้อแรกเป็น Taophipop Ale Project อ่านว่า เท่าพิภพ เอล โปรเจค ยี่ห้อนี้เริ่มต้นขึ้นจาก เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร (เท่า) มีความคิดอยากแหกกรอบเรื่องเบียร์จากเดิมที่เคยกิน มาจับมือกับเพื่อนๆเพื่อสร้างเบียร์ขึ้นมาเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งความเจ๋งของพวกเค้าอยู่ตรงที่ว่า แม้ว่าพวกเค้าจะโดนจับ โดนยึดของกลางจนหมดเงิน แต่พวกเค้าก็ไม่ยอมแพ้ พวกเค้าระดมทุนเพื่อสร้างเบียร์ออกมาให้ได้ ซึ่งในที่สุดพวกเค้าก็ทำเบียร์ออกมาได้ แถมน่าสนใจเสียด้วย ไม่ว่าจะเป็น เซซง เบียร์เอลสไตล์เบลเยียม จุดเด่นที่สามารถนำเสนอยีสต์ได้อย่างเต็มที่ ตามด้วยรสผลไม้เปรี้ยว เหมือนกับเบียร์ที่เอาไว้ดื่มหลังจากเสร็จจากการเก็บเกี่ยวแล้ว นอกจากนั้นเบียร์นี้ยังสามารถเก็บได้แม้ในอุณหภูมิที่สูงถึง 35 องศา เหมาะกับเมืองร้อนบ้านเรามากที่สุด ใครที่สนใจผลงานของพวกเค้าแล้วอยากจะลองชิมเบียร์ หรือระดมทุนช่วยเหลือก็สามารถเข้าไปได้ในช่องทางประชาสัมพันธ์ของพวกเค้า ไม่แน่เราอาจจะได้เจอเบียร์รสชาติใหม่ๆจากพวกเค้าอีกก็ได้ในอนาคต...

Scroll to top